Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

แนวปฏิบัติการสืบค้นข้อมูล  (Best Practice)

ชุมชนนักสืบ (ค้น)

 

         ในปีการศึกษา 2555 มีสมาชิกเข้าชมเว็บบล็อกของศูนย์วิทยบริการและหอสมุดจำนวน  5,016 ครั้ง มีสมาชิกแสดงความคิดเห็นประเด็นความรู้ จำนวน 183 ครั้ง

กิจกรรมที่สมาชิกเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อสร้างแนวปฎิบัติที่ดี : Best Practice ในชุมชนนักสืบ (ค้น)   โดยเริ่มต้นจากประเด็นปัญหาที่สมาชิกปฏิบัติไม่ถูกต้องในการสืบค้นข้อมูลมีประเด็นความรู้ 2  เรื่องคือ การสืบค้นข้อมูลทั่วไป       การสืบค้นฐานข้อมูล ProQuest นอกเครือข่าย มหาวิทยาลัยคริสเตียน  ซึ่งทำให้สมาชิกบางคนโดยเฉพาะอาจารย์ และนักศึกษา  ใช้ฐานข้อมูลไม่เป็น หรือไม่ทราบวิธี  / ขั้นตอนการวิธีสืบค้นหาข้อมูลที่ถูกต้อง ทำให้ปฏิบัติไม่ถูกวิธีตามที่บรรณารักษ์แนะนำ  จึงได้นำประเด็นปัญหาดังกล่าวมาแบ่งปันความรู้ และแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ  ระหว่างสมาชิกในชุมชน มาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นผู้ดูแลระบบ ได้ประมวลความรู้ของกิจกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และข้อสรุปจากสมาชิก Cop  มาจัดทำเป็นขั้นตอนเพื่อเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice )ในการสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลต่าง ๆ   

         เทคนิคการสืบค้นข้อมูล หมายถึง วิธีการต่างๆ ที่ใช้ประกอบในการสร้างประโยคการค้นหา เพื่อให้ได้สารสนเทศที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด  ซึ่งมีเทคนิคการสืบค้นสารสนเทศอย่างเป็นขั้นตอนที่ นักสืบค้น สามารถนำไปใช้เป็นแนวปฏิบัติที่ดี  (Best Practice) สำหรับนักสืบค้น ดังนี้ 

     1. การเตรียมตัวก่อนค้น ผู้ค้นต้องทราบว่าตนเองต้องการข้อมูลในเรื่องใด จึงจะ

กำหนดคำค้นได้ ซึ่งการค้นมี 2 แบบหลัก  คือ การค้นหาแบบพื้นฐานหรืออย่างง่าย ( Basic search) และการค้นหาแบบขั้นสูง (Advanced search) ที่ต้องเจาะจงขอบเขตการค้น โดยต้องใช้ ตรรกบูลิน ( Boolean logic)  ได้แก่ AND   OR   NOT มาเป็นคำเชื่อมในการจำกัดความของคำค้นให้กว้างหรือแคบลง

     2. แหล่งสารสนเทศที่ต้องการใช้หรือเครื่องมือ เช่น ถ้าต้องการสืบค้นวิทยานิพนธ์

ต่างประเทศ  หรือ บทความต่างประเทศ  หรือจะค้นหาหนังสือ บทความวารสารในห้องสมุด ก็ต้องรู้แหล่งของข้อมูลที่จะใช้ ว่าจะสืบค้นจาก OPAC  หรือ ฐานข้อมูลใด จึงจะได้ข้อมูลตามที่ต้องการ ซึ่งข้อนี้สำคัญมาก

     3. ต้องรู้จักวิธีการใช้ฐานข้อมูลหรือเครื่องมือที่ใช้ค้นหา  ผู้ค้นต้องรู้จักวิธีการ

ค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลออนไลน์ หรือแหล่งสารสนเทศต่าง ๆ  ตลอดทั้งวิธีการจัดการผลลัพธ์ของข้อมูลที่ได้มา เช่น  การบันทึก การสั่งพิมพ์  การส่งข้อมูลทาง e-mail   และการจัดการบรรณานุกรม  เป็นต้น  ซึ่งควรปฎิบัติตามขั้นตอนการสืบค้นข้อมูล ดังนี้

1. การสืบค้น  ( Searching )

1.1 การเตรียมคีย์เวิร์ด ( Preparing  your  keywords ) ควรระบุให้ได้ว่าตนเองต้องการค้นข้อมูลเรื่องอะไร โดยการเตรียมคำสำคัญหรือคีย์เวิร์ด ซึ่ง ควรจะเป็นคำนาม ( Noun ) หรือคำพ้องความหมาย คำเหมือนคำคล้าย  ( Synonym ) เช่น hypertension กับ high  blood   pressure  หรือ  woman  female  lady  girl  เป็นต้น

ตัวอย่างการเตรียมคีย์เวิร์ด เพื่อคัดเลือกวรรณกรรมที่เป็นงานวิจัยหลายประเภท

เรื่องที่ต้องการสืบค้น คือ การบำบัดหรือจัดการอาการปวดหลังส่วนล่างแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง

– อาการปวดแบบเฉียบพลัน  acute   pain

– อาการปวดแบบเรื้อรัง  chronic  pain

– หลัง  Back

– หลังส่วนล่าง  low  back

–  การจัดการ  Management

     1.2 การใช้เครื่องหมายช่วยในการสืบค้น ( Wildcards ) ได้แก่

                * ละตัวอักษรตั้งแต่ 0  ตัวอักษร       เป็นต้นไป เช่น manag*  จะค้นหา manage  manages  manager  management

? แทนที่ตัวอักษรเพียงตัวเดียวเท่านั้น wom?n  จะค้นหา  woman  women  หรือ fib ??  จะค้นหา fiber  fibre

“ …….”  ค้นตรงตามตัวที่พิมพ์     “  lung  cancer  “ “ stingless  bee “ “hard  of   hearing “  เป็นต้น

( …………….)  จัดลำดับการสืบค้นก่อนหลัง   rabies  AND  ( dog  OR cat )

1.3 การสร้างเงือนไขเพื่อการสืบค้นโดยใช้ตัวเชื่อม  ( Operators )

AND   ผลการค้นหาจะปรากฏคำค้นที่ใส่ไปทั้ง 2 คำ

ตัวอย่าง  insulin  AND   diabetes  ทั้ง insulin  และ diabetes  ต้องพบอยู่ในบทความเดียวกัน

OR   ผลการค้นหาจะปรากฏคำค้นที่ใส่ไปคำใดคำหนึ่งเท่านั้น

ตัวอย่าง   heart  OR  cardiac    heart  หรือ  cardiac  คำใดคำหนึ่งต้องปรากฏอยู่ในบทความ

NOT  ตัดคำค้นหาคำที่อยู่หลัง not ทำให้ผลการค้นแคบลง และเฉพาะเจาะลงมากขึ้น

Rabies   NOT  dogs

Rabies  ซึ่งเป็นคำแรกต้องปรากฏในบทความ แต่คำที่สอง คือ dogs ต้องไม่ปรากฏอยู่ในบทความ

1.4 วิธีการสืบค้น  ( Search  Methods )

Basic  search  ค้นทุกเขตข้อมูล ผลลัพธ์การสืบค้นจะมีปริมาณมากและกว้าง

Advanced  search  เลือกกำหนดเขตข้อมูลได้สร้างเงื่อนไขที่ซับซ้อนได้ดี ปริมาณผลการสืบค้นไม่มากและแคบกว่า  Basic  search

2. การคัดกรองผลการสืบค้น  ( Refining  your  search  result  )

การคัดกรองผลการสืบค้นหรือจำกัดผลการสืบค้นให้แคบลง โดยใช้วิธีการสืบค้นขั้นสูง (Advanced search) ด้วยการเลือกกำหนดเขตข้อมูล หรือ สร้างเงือนไขการค้นตามต้องการ ได้แก่

– การเพิ่มคีย์เวิร์ด  ( Adding  more  keywords )

– การเลือกหัวเรื่องที่ต้องการ ( Choosing  your  subjects )

–  กำหนดปีที่พิมพ์  ( Limiting  a search  by  publication  year  )

–  กำหนดประเภทสิ่งที่พิมพ์  ( Publication  types )

3. การวิเคราะห์ผลการสืบค้น  ( Analyse    results )

– การวิเคราะห์ผลการสืบค้นด้วยการจัดเรียงผลลัพธ์  ( Sort  results  by )

–  จัดเรียงตามความเกี่ยวเนื่อง หรือเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ด ( Relevance)

เมื่อได้ผลลัพท์การสืบค้นข้อมูลแล้ว ฐานข้อมูลส่วนใหญ่จะมีเครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ผลการสืบค้นด้วยทางเลือก

4. การจัดการผลลัพธ์การสืบค้น  ( Manage  your  results )

การจัดผลการสืบค้น อันได้แก่ ข้อมูลบรรณานุกรม  ( Bibliographic  information  )  และเอกสารฉบับเต็ม  ( Full  Text  )

– การสั่งพิมพ์ ( Printing )

– การบันทึกข้อมูล ( Saving )

– การส่งอีเมล์ ( Email )

– การนำข้อมูลบรรณานุกรมออก ( Exporting  citation )

– โปรแกรม  EndNote

– Text  file

สำหรับการสืบค้นฐานข้อมูล  ProQuest  จากภายนอกเครือข่ายมหาวิทยาลัยคริสเตียน มีแนวปฏิบัติ ดังนี้

1. เข้าใช้ผ่านเว็บไซต์ http://search.proquest.com/ip  หรือเข้าใช้ผ่านเว็บไซต์ http://library.christian.ac.th/    

2. เมื่อเข้าหน้าฐานข้อมูล จะพบคำถาม  what should I do ให้คลิกที่ Use the  Login page  เพื่อใส่   Username และ Password  (ขอได้จากห้องสมุด)

3. พบหน้าสืบค้นข้อมูล เช่นเดียวกับที่ใช้ในเครือข่าย ให้พิมพ์คำค้นที่ต้องการในช่องค้นหา กด Enter  จะได้ผลการสืบค้นข้อมูลที่ต้องการ

สำหรับการใช้ฐานข้อมูลจากภายในเครือข่ายมหาวิทยาลัย ไม่ต้องใส่ Username  และ Password  เมื่อคลิกไปที่ฐานข้อมูลก็สามารถสืบค้นได้ทันที่

 

 

 

จากการให้บริการพบว่า ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่จะประสบปัญหาการเข้าใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ ProQuest

นอกเครือข่ายมหาวิทยาลัย เนื่องจากการเข้าใช้ในเครือข่ายกับนอกเครือข่ายแตกต่างจากการเข้าใช้ในเครือข่าย จึงทำให้ผู้ใช้ ประสบปัญหา  จึงขอแนะนำขั้นตอนการเข้าใช้เพื่อเข้าไปหน้าสืบค้นข้อมูล   ดังนี้

1. เข้าใช้นอกเครือข่ายผ่านเว็บไซต์ http://search.proquest.com/ip   กด Enter  หรือเข้าใช้ผ่านเว็บไซต์ http://library.christian.ac.th/    สามารถเข้าได้ 2  ทางเลือก

1

2. เมื่อเข้าใช้ฐานข้อมูล จะพบคำถาม  what should I do ให้เลือก ข้อที่ 2  ที่มี Login page  (ดังภาพที่ 2)  เพื่อใส่ Username และ Password  (ดังภาพที่ 3)

2

                                               ภาพที่ 2

3

ภาพที่ 3

     3. พบหน้าสืบค้นข้อมูล เช่นเดียวกับที่ใช้ในเครือข่าย ให้พิมพ์คำค้นที่ต้องการ ดังภาพที่ 4  จะได้ผลการสืบค้นข้อมูลที่ต้องการ ดังภาพที่ 5 – 6

4

ภาพที่ 4

5

ภาพที่ 5

6

ภาพที่ 6

จากปัญหาการใช้ฐานข้อมูลดังกล่าว  เพื่อความเข้าใจในการเข้าใช้ฐานข้อมูลของศูนย์วิทยบริการและหอสมุด ขอชี้แจงการเข้าใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ให้สมาชิกและผู้ใช้บริการ ดังนี้

  1. การเข้าใช้ฐานข้อมูลในเครือข่าย ไม่ต้องใส่ Username  และ Password  เมื่อคลิกไปที่ฐานข้อมูลก็สามารถสืบค้นได้ทันที่
  2. การเข้าใช้ฐานข้อมูลนอกเครือข่าย ต้องใส่ Username  และ Password  ก่อนทุกครั้ง จึงจะเข้าหน้าต่างสืบค้นข้อมูล ซึ่ง Username  และ Password   สอบถามที่บรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ได้ หรือดูได้จากบอร์ดที่ประชาสัมพันธ์ภายในห้องสมุด

และในโอกาสนี้ขอแนะนำเทคนิคการสืบค้นข้อมูล แบบย่อ ๆ มา แบ่งปันให้สมาชิก อาจจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย  หากท่านใดรู้วิธีสืบค้นข้อมูลและการจัดการข้อมูล จากการสืบค้นฐาน ProQuest   ก็ขอเชิญมาช่วยกันแนะนำวิธีการปฏิบัติที่ดีและถูกต้อง ให้สมาชิกทราบด้วย โดย Post  มาได้ที่ เว็บไซต์ KM ของศูนย์วิทยบริการและหอสมุด ได้ตลอดเวลา

           เทคนิคการสืบค้นข้อมูล

  1. การเตรียมตัวก่อนค้น ผู้ค้นต้องทราบว่าตนเองต้องการข้อมูลในเรื่องใด จึงจะกำหนดคำค้นได้ ซึ่งการค้นมี 2 แบบหลัก  คือ การค้นหาแบบพื้นฐานหรืออย่างง่าย ( Basic search) และการค้นหาแบบขั้นสูง (Advanced search) ที่ต้องเจาะจงขอบเขตการค้น โดยต้องใช้ ตรรกบูลิน ( Boolean logic)  ได้แก่ AND   OR   NOT มาเป็นคำเชื่อมในการจำกัดความของคำค้นให้กว้างหรือแคบลง
  2. แหล่งสารสนเทศที่ต้องการใช้หรือเครื่องมือ เช่น ถ้าต้องการสืบค้นวิทยานิพนธ์ต่างประเทศ  หรือ บทความต่างประเทศ  หรือจะค้นหาหนังสือ บทความวารสารในห้องสมุด ก็ต้องรู้แหล่งของข้อมูลที่จะใช้ ว่าจะสืบค้นจาก OPAC  หรือ ฐานข้อมูลใด จึงจะได้ข้อมูลตามที่ต้องการ ซึ่งข้อนี้สำคัญมาก
  3. ต้องรู้จักวิธีการใช้ฐานข้อมูลหรือเครื่องมือที่ใช้ค้นหา  ผู้ค้นต้องรู้จักวิธีการค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลออนไลน์ หรือแหล่งสารสนเทศต่าง ๆ  ตลอดทั้งวิธีการจัดการผลลัพธ์ของข้อมูลที่ได้มา เช่น  การบันทึก การสั่งพิมพ์  การส่งข้อมูลทาง e-mail   และการจัดการบรรณานุกรม  เป็นต้น

เทคนิคดังกล่าว เป็นเทคนิคพื้นฐานที่ควรรู้ แต่ใครจะเชี่ยวชาญมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการฝึกปฎิบัติ และรู้เทคนิคเชิงลึก ของแต่ละคน  สมาชิก Cop  ท่านใด หรือผู้อ่านทั่วไป ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวการสืบค้นฐานข้อมูล ProQuest  ช่วยแชร์ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทานได้  … จะขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

ธัญญรัตน์   ธิชัย

โดย ธัญญรัตน์  ธิชัย

สวัสดีสมาชิก กลุ่มนักสืบ (ค้น)  ทุกท่านค่ะ

จากศูนย์วิทยบริการและหอสมุดได้จัดอบรมความรู้สารนิเทศแก่นักศึกษา เมื่อวันที่ 5  พฤศจิกายน  55  ทำให้ได้ทราบปัญหาเกี่ยวกับการสืบค้นสารนิเทศของนักศึกษา จึงมีความคิดว่าน่าแนะนำวิธีการสืบค้น OPAC  และ E – Service ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานที่ผู้ใช้ห้องสมุดควรทราบ เพื่อการนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วในการค้นคว้าข้อมูลกันค่ะ

ก่อนอื่นมารู้จักกับคำว่า OPAC กันก่อนทำไมจึงเรียกว่า OPAC  จำเป็นหรือไม่ต้องสืบค้น OPAC  และใช้ OPAC ที่ไหน อย่างไร จึงจะเข้าถึงข้อมูลได้

OPAC / OPAC  Web   (Online public Access Catalog ) คือ ฐานข้อมูลสำหรับการสืบค้นทรัพยากรสารนิเทศห้องสมุด เป็นฐานข้อมูลบรรณานุกรม ที่ผู้ใช้สามารถสืบค้นออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ( Internet) ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว  ซึ่งวิธีสืบค้นทำได้ง่าย  และมีหลายช่องทางให้เลือก ได้แก่ ชื่อผู้แต่ง  ชื่อเรื่อง หัวเรื่อง คำสำคัญ เลขเรียกหนังสือ

เหตุที่ต้องสืบค้นข้อมูลจาก OPAC  ก็เพื่อ

  1. ให้ทราบว่าห้องสมุดมีทรัพยากรสารนิเทศที่ต้องการหรือไม่
  2. ทราบเลขเรียกหนังสือ   หรือ Call No.   แหล่งจัดเก็บที่ห้องสมุดจะได้ค้นหาตัวเล่มหนังสือภายในห้องสมุดได้ง่าย
  3. ทราบสถานภาพของหนังสือก่อนที่จะเข้ามาใช้บริการว่าอยู่บนชั้น หรือ มีผู้ใช้บริการอื่นยืมออกไปจากห้องสมุดหรือไม่
  4. ใช้บริการอัตโนมัติต่าง ๆ เพิ่มเติม เช่น บริการ E-Service  การจองหนังสือออนไลน์

การสืบค้นข้อมูล OPAC  ของศูนย์วิทยบริการ ฯ  เป็นการสืบค้นทรัพยากรสารนิเทศที่จัดบริการไว้ทั้งที่ศูนย์วิทยบริการฯ และห้องสมุดศูนย์ศึกษาสยามคอมแพล็กซ์   โดยระบบจะแจ้งให้ทราบว่าหนังสืออยู่ที่ใด หากปรากฏว่า   LRC/2 nd fl.  หมายถึง หนังสือจัดเก็บที่ชั้น  2 ของศูนย์วิทยบริการ ฯ   นครปฐม     และ  Siam Complex หมายถึง หนังสือจัดเก็บที่ห้องสมุดศูนย์ศึกษาสยามคอมแพล็กซ์

การเข้าถึงข้อมูล  ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้น OPAC ได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ห้องสมุดจัดบริการไว้  หรือ สืบค้นจากคอมพิวเตอร์ส่วนตัว  ผ่านทางเว็บไซต์ห้องสมุดที่ http://library.christian.ac.th  หรือ  Link จากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยคริสเตียน ทรัพยากรสารนิเทศที่สืบค้นจาก OPAC  ได้แก่  การสืบค้นหนังสือ  วารสาร

E-Service  ที่ห้องสมุดจัดบริการมีอะไรบ้าง

E-Service   ออนไลน์ของห้องสมุดที่ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการด้วยตนเอง ดังนี้

  1. บริการจองหนังสือ
  2. การยืมหนังสือต่อด้วยตนเอง (สามารถทำรายการยืมทางออนไลน์ได้  4 ครั้ง)
  3. การตรวจสอบประวัติการยืมหนังสือด้วยตนเอง
  4. Reserve บริการหนังสือสำรอง สำหรับอาจารย์

ผู้ใช้บริการท่านใดยังไม่เคยใช้บริการ E – Service  ในระบบออนไลน์ ขอแนะนำให้ใช้บริการ

ดังกล่าว เพื่อความสะดวก และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาติดต่อห้องสมุด  ท่านก็สามารถทำรายการที่ต้องการจากที่บ้าน หรือที่ทำงาน หรือ หอพัก ได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ห้องสมุด

เว็บไซต์ห้องสมุด  … สามารถเข้าได้ที่ http://library.christian.ac.th    การสืบค้นข้อมูล OPAC  ขอแนะนำวิธีการสืบค้นแบบ แบบสั้นๆ  ง่าย ๆ  เพื่อความเข้าใจเบื้องต้น หากท่านใดอ่านและนำไปใช้แล้วไม่เข้าใจ ห้องสมุดจะจัดอบรมการสืบค้นข้อมูลให้นักศึกษาและอาจารย์ทุกภาคการศึกษา โดยสามารถติดตามตารางการอบรมและสมัครลงทะเบียนในระบบออนไลน์ทางเว็บไซต์ของศูนย์วิทยบริการฯ  สำหรับท่านใดต้องการแบ่งปันความรู้เกี่ยวการสืบค้นข้อมูลอื่นๆ ขอเชิญแบ่งปันมาได้ที่ KM    ชุมชนนักสืบค้น (ค้น) ตลอดเวลา

 ภาพแสดง เว็บไซต์ศูนย์วิทยบริการและหอสมุด และไอคอนเพื่อเข้าใช้งาน OPAC Web

 

 

 

 ภาพแสดงผลลัพธ์การสืบค้นหนังสือจาก OPAC Web

แนะนำฐานข้อมูล ThaiLis

โดย ธัญญรัตน์  ธิชัย

สวัสดีสมาชิก กลุ่มนักสืบ (ค้น)  ทุกท่านค่ะ

 ครั้งนี้… ขอแนะนำให้รู้จักฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เอกสารฉบับเต็มเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์และงานวิจัยของห้องสมุดเครือข่ายในประเทศไทย  ThaiLIS   ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับนักวิจัยที่มีเวลาจำกัด …..  เพราะเป็นแหล่งรวมรายงานวิจัยจากห้องสมุดในประเทศไทย ที่เรียกได้ว่าเป็นการบริการข้อมูลด้วยตนเองแบบ  One stop service  ในระบบออนไลน์ที่สะดวก สามารถสืบค้นได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดสถานที่  และที่สำคัญเป็นบริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย  และเป็นบริการที่ประทับใจเนื่องจากได้ข้อมูลรวดเร็ว … แต่บางวันจะมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องระบบ หรือการดาวน์โหลดข้อมูล แต่เรียกได้ว่าเป็นบริการ e-service ที่ รัฐบาลโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ)   ต้องการให้ประชาชนชาวไทยได้มีการใช้ข้อมูลร่วมกันในวงการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงใช้งบประมาณทุ่มเทพัฒนา จัดตั้งโครงการดังกล่าวขึ้นมา

ฐานข้อมูล ไทยริส  (ThaiLIS) หรือ  TDC   (Thai Digital Collection) เป็นโครงการเครือข่ายห้องสมุดในประเทศไทย  ThaiLIS – Thai library integrated system  มีเป้าหมายเพื่อให้บริการสืบค้นฐานข้อมูลเอกสารฉบับเต็ม ซึ่งเป็นเอกสารฉบับเต็มของ วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัยของอาจารย์ รวบรวมจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ  ซึ่งแต่เดิมในการเข้าใช้บริการนั้น  จะต้องเข้าใช้งานจากคอมพิวเตอร์ ภายในห้องสมุดสมาชิกเท่านั้น  แต่ระยะต่อมาสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามีนโยบายให้เผยแพร่ข้อมูลให้กับประชาชนคนไทย สามารถใช้ประโยชน์ทางด้านการศึกษาการพัฒนาประเทศ จึงได้มีการขยายขอบเขตการให้บริการขึ้นเพิ่ม   อย่างไรก็ตาม สมาชิกผู้ใช้ทั่วไป จะถูกจำกัดด้วยจำนวนรายชื่อต่อวันที่อนุญาตให้ download ได้  สำหรับการใช้งานภายในองค์ที่เข้าร่วมโครงการนั้น ไม่มีการจำกัดแต่อย่างใด (อันนี้เป็นข้อดีของบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก ซึ่งมหาวิทยาลัยคริสเตียนได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของเครือข่ายดังกล่าวมาตั้งแต่เดือน สิงหาคม  พ.ศ.  2552 )

ส่วนการเข้าใช้ของบุคคลทั่วไป หรือการเข้าใช้นอกเครือข่ายจะต้องสมัครสมาชิกด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์  http://tdc.thailis.or.th/tdc/      จึงจะสามารถสืบค้นข้อมูลและดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็มได้  ซึ่ง จะมีข้อความแจ้งที่มุมบนด้านซ้ายมือว่า “  มหาวิทยาลัยคริสเตียนต้องการใช้งานฐานข้อมูล TDC นอกเครือข่าย ThaiLIS กรุณสมัครสมาชิก  อันนี้เป็นข้อสังเกตที่เพื่อนนักสืบ (ค้น)  ต้องเข้าใจเบื้องต้นด้วยค่ะ

ข้อควรรู้อีกอย่างคือ กรณีที่ท่านเคยสมัครสมาชิกแล้วเข้าใช้ไม่ได้หรือโดนระงับสิทธิ์ ให้คลิกข้อความ   “แจ้งปัญหาการใช้งาน/แก้ไขโดนระงับสิทธิ์ โปรดคลิกที่นี่”  ซึ่งจะมีวิธีการแนะนำ หรือให้ติดต่อผู้ดูแลระบบ

สมาชิกท่านใดเคยใช้ฐานข้อมูล ThaiLIS  เป็นประจำ  มีวิธีการสืบค้น หรือเทคนิคที่ช่วยให้ได้ข้อมูลที่รวดเร็วและตรงความต้องการในแต่ละสาขาวิชา   โปรดแบ่งบันความรู้ ความชำนาญของท่านได้ใน Web Blog ของเรา ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่สมาชิกทุกท่าน  หรือท่านใดจะสอบถามเพิ่มเติมสามารถส่งคำถาม มาที่เมลของบรรณารักษ์ได้  thanyarat7849@gmail.com         และ เราได้ Link วิธีการใช้ฐานข้อมูลแบบสั้น ๆ  ใน Web Blog นี้ด้วย   สามารถดูเพิ่มเติมได้ … และท่านใดมีข้อสงสัย หรือคำถาม   Post ติดต่อเราได้ตลอดเวลาค่ะ

1. หน้าจอสืบค้นฐานข้อมูล ThaiLIS  จะวิธีการสืบค้นฐานข้อมูล 3  วิธี  

1)  ค้นโดย Basic Search    2) Advanced Search  3) Browse Search  แล้วแต่ผู้ใช้ แต่ที่ใช้มาก คือ Basic  Search

2. หน้าจอจะปรากฏรายการที่ท่านสืบค้น ให้ทำการเลือกรายการโดย

     4) คลิกเลือกลำดับที่ต้องการ และคลิกที่ชื่อเรื่อง

 

                     เมื่อคลิกเลือกรายการที่ต้องการแล้ว จะพบวิทยานิพนธ์ หรือรายงานวิจัย ที่แยกเป็นเอกสารแต่ละไฟล์งาน หรือเป็นไฟล์งาน 1  ไฟล์ แล้วแต่ละสถาบันจะนำข้อมูลขึ้น  สามารถดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็มได้เช่นกัน

 3. หากต้องการจะ อ่านเอกสารฉบับเต็ม เพื่อ Download  ต้อง

      5) คลิกยอมรับเงื่อนไข และ 6) คลิกเลือก Server  ThaiLIS  จะพบข้อมูลเอกสารที่ต้องการ

  4. เมื่อคลิก Server ThaiLIS  เรียบร้อยแล้ว  จะปรากฏหน้าจอให้เลือก

       7) Open    8) Save  9) Cancle

 เพื่อให้เปิดดูหรือบันทึกเอกสารฉบับเต็ม  ซึ่งหมายความว่าท่านได้เอกสารที่ต้องการค้นหาเรียบร้อยแล้ว

การสืบค้น

       จากประสบการณ์ทำงานในแวดวงห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษามานาน กว่า 10 ปี  พบว่า ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ มักประสบปัญหาการค้นหาข้อมูลไม่พบ  หรือข้อมูลที่ค้นได้ไม่ตรงกับความต้องการ หรือต้องใช้เวลานานมากในการค้นหาข้อมูล  และเนื่องจากความก้าวหน้าทางด้านวิชาการและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้แต่ละสาขาวิชา เกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาล   ซึ่งคงไม่มีใครที่มีความชำนาญ หรือเชี่ยวชาญในการค้นคว้าได้ทุกเรื่อง

ผู้เขียนในฐานะเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบศูนย์วิทยบริการและหอสมุดและทีมงาน  จึงได้ร่วมกันก่อตั้งชุมชนนักสืบ (ค้น)  ขึ้น  เพื่อให้ทุกท่านได้มีเวทีแบ่งปันความรู้  และขอเชิญชวนอาจารย์และบุคลากร ที่เป็นสมาชิกของชุมชน นักสืบ(ค้น)  และผู้สนใจทั่วไป  รวมทั้งผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการค้นหาข้อมูลจากสาขาวิชาต่าง ๆ  ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้   เทคนิคและวิธีการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งค้นคว้า  ซึ่งกันและกัน

สำหรับเรื่องแรก ขอเกริ่นนำด้วยความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการสืบค้นข้อมูล ฐานข้อมูลออนไลน์และเทคนิคการสืบค้นข้อมูล ซึ่งจะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 ตอน

การสืบค้นข้อมูล

          การสืบค้น ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Retrieval หมายถึง การสืบเสาะ ค้นหาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งอาจจะได้รับคำตอบในรูปของ ต้นฉบับเอกสาร  บรรณานุกรม คำตอบที่เฉพาะเจาะจง  ตัวเลข หรือข้อความของเรื่องนั้น

          การสืบค้นข้อมูล (Information Retrieval)  เป็นคำที่ใช้ในวงการห้องสมุดและสารสนเทศ หมายถึง กระบวนการค้นหาสารนิเทศที่ต้องการ ซึ่งก็คือ “การค้นหาข้อมูล” นั่นเอง   แต่มีความหมายเน้นหนักไปทางด้านการค้นหาข้อมูลโดยใช้เครื่องมือช่วยค้นประเภทที่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ระบบฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ของห้องสมุด  ฐานข้อมูลออนไลน์ และ search engine ต่าง ๆ

การค้นหาข้อมูลให้ได้รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ และตรงตามความต้องการ จำเป็นต้องอาศัยทักษะและพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการสืบค้นข้อมูล เช่น วิธีการใช้เครื่องมือช่วยค้นแต่ละชนิด การใช้คำหรือวลี (keyword) ให้สอดคล้องกับเรื่องที่กำลังค้นหา การเลือกรูปแบบการค้นให้เหมาะสม การใช้คำเชื่อม  เพื่อกำหนดขอบเขตการค้นให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ได้ผลการค้นหรือรายการข้อมูล ที่ถูกต้องตรงตามความต้องการมากที่สุด

การเตรียมตัวก่อนการสืบค้น 

1. ควรทราบความต้องการของตนเองว่า ต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใด และขอบเขตแค่ไหน ข้อมูลที่มีอยู่แล้วมีอะไรบ้าง เช่น ทราบชื่อผู้แต่งที่เขียนเรื่องต้องการมาก่อนแล้ว

2. รู้จักแหล่งสารสนเทศหรือเครื่องมือที่จะใช้  และเกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่ต้องการ เช่น ถ้าต้องการค้นหาบทความเกี่ยวกับการพยาบาล ควรใช้ฐานข้อมูลใดค้นหา จึงจะได้ข้อมูลตามที่ต้องการ

3. ต้องเรียนรู้วิธีการใช้แหล่งสารสนเทศ ฐานข้อมูลหรือเครื่องมือที่ใช้ค้นหา เช่น รู้จักวิธีค้นหาแบบพื้นฐาน หรือการค้นหาแบบขั้นสูง นอกจากนี้ยังต้องรู้จักวิธีการจัดการผลลัพธ์ ได้แก่ การบันทึก การสั่งพิมพ์ การส่งข้อมูลทาง E-mail การจัดการรายการบรรณานุกรม เป็นต้น

ฐานข้อมูลออนไลน์ (Online Database)

คือ ฐานข้อมูลในสาขาวิชาต่าง ๆ ที่ห้องสมุดบอกรับหรือเป็นสมาชิก  โดยบริษัทผู้ให้บริการได้รวบรวมข้อมูลจาก หนังสือ วารสาร บทความ ความรู้  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์  เพื่อบริการแก่สมาชิกห้องสมุดหรือคนทั่วไปให้สามารถค้นคว้าหาความรู้ที่ต้องการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อย่างสะดวก สบาย รวดเร็ว  โดยไม่ต้องเดินทางไปห้องสมุด

ซึ่งทุกสถาบันจะบอกรับฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรการเรียนการสอนของแต่ละสถาบันได้แก่ ฐานข้อมูล MEDLINEplus,  ProQuest  , Science Direct, CINAHL หรือ ฐานข้อมูล Business Source Complete เป็นต้น

สำหรับเทคนิคการสืบค้นข้อมูล ขอให้สมาชิกติดตามได้ ตอนที่ 2 เร็ว ๆ นี้ค่ะ

นิพรรณ ทัฬหะกุลธร